บัตรกดเงินสด อีกหนึ่งทางเลือกของคนอยากใช้เงิน

ในบรรดาปัญหาการเงิน นอกจากหนี้สินรุงรังแล้วยังมีปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลังที่เป็นปัญหาใหญ่ไม่ใช่น้อย หลายคนจึงเลือกทำทำสินเชื่อแบบบัตรกดเงินสด เพื่อมาบรรเทาปัญหาเงินไม่พอใช้

บัตรกดเงินสดเข้ามีมีส่วนช่วงชิงตลาดไม่ต่างอะไรกับบัตรเครดิตเลย มีการแข่งขันกันสูงทั้งในโทรทัศน์ ทั้งสปอตวิทยุ การตั้งโต๊ะแคมเปญเรียก และล่อลูกค้ากันอย่างห้ำหั่น ทันทีที่คุณลูกค้าที่สิทธิ์ในการใช้บัตรกดเงินสด อภิสิทธ์ในการจับจ่ายใช้สอยจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ที่มีตู้กดเงินหรือตู้เอทีเอ็ม ตลอดเวลา ไม่มีวันหยุด การจะเลือกว่าจะใช้บัตรกดเงินสดของสถาบันการเงินไหนไม่ใช่เรื่องลำบาก เพียงแค่ตอบให้ได้ว่าธนาคาร หรือ สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารหรือ Non Bank ไหนที่เสนอและตอบสนองความต้องการในความเป็นคุณมากที่สุด อย่างไรก็ดี การจะมีบัตรกดเงินสดนั้น ถ้าเลือกมีกับธนาคารพาณิชย์จะมีความเป็นมืออาชีพกว่า เพราะธนาคารพาณิชย์มีบริการและมีประสบการณ์ในการพิจารณาให้สินเชื่อมากกว่า นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ และความต้องการแล้ว อย่าเพิ่งหลงเชื่อหรือฝันหวานไปกับโปรโมชั่นที่ขนกันมานำเสนอ เพราะขึ้นชื่อว่าสินเชื่อโดยเฉพาะกับบัตรกดเงินสด จะคิดอัตราดอกเบี้ยทันทีที่กด แต่อย่างไรเสียบ้านเราก็ยังมีหน่วยงานที่เข้ามาคอยกำกับดูแลในเรื่องค่าธรรมเนียมอยู่ นั่นคือ ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งกำหนดไว้ว้าเรทดอกเบี้ยของบัตรกดเงินต้องไม่เกิน 28% ต่อปี

นอกจากการมีสติเมื่อได้รับการเชิญชวนให้มีบัตรกดเงินสดแล้ว นิสัยในการใช้จ่ายก็ต้องเป็นสิ่งที่ควรมี เพราะการรู้จักขอบเขตการใช้เงินตามกำลังที่หาได้ ไม่ให้ใช้เกินตัวไม่ได้ทำกันง่ายๆ เริ่มต้นจาก ก่อนหยิบบัตรกดเงินสดออกมาใช้หรือกดเงิน ลองถามตัวเองสักสี่ห้าข้อต่อไปนี้ หนึ่ง.. ของที่อยากได้จำเป็นจริงๆ หรือไม่ สอง.. การผ่อนชำระนี้ส่งผลต่อการใช้จ่ายหรือไม่ สาม.. ถ้าผิดนัดชำระ คุณมีความเสี่ยงและระบบการเงินในมือรวนหรือไม่ ถ้าคำตอบทั้งหมดคือใช่ ก็หยุดไว้แค่นี้ อย่าคิดทำเลย เพราะนี่คือที่มาของปัญหาในอนาคตทีจะตามมาไม่จบไม่สิ้น ทบทวนให้ดีกว่าก่อนถลำลึก ลองนึกดูว่ามีหนทางหยิบยืนญาติสนิทก่อนไหม เขาอาจเข้าใจถึงความจำเป็นใช้เงินของเรา ยังไงญาติก็ไม่ใจไม้ใส้ระกำ และเมื่อพูดถึงหนี้ๆ สินๆ แล้ว ถ้าคุณยังมียอดหน้รวมกันอยู่มาก ในที่นี้หมายถึงมัหนี้ที่ยังต้องชำระเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ของคุณ บัตรกดเงินสดในตอนนี้อาจเสี่ยงเกินไป

ที่กล่าวมานี้ เพื่อให้คุณได้ชั่งใจว่า บัตรกดเงินสดดีขนาดนี้ แต่จะดีมากหากใช้อย่างมีสติและรู้จักการบริหารเงิน

บัตรเครดิตที่ไม่ใช่บัตรเครดิตเป็นยังไงนะ

ในยุคสมัยที่การค้าขายในโลกออนไลน์กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด ผู้บริโภคก็หันมานิยมซื้อของผ่านช่องทางดังกล่าวกันมากขึ้น แน่นอนว่าการชำระเงินที่สะดวกที่สุดก็เห็นจะเป็นการตัดเงินจากบัตรเครดิตซึ่งนอกจากจะรวดเร็วที่สุดแล้วบางครั้งยังสามารถสะสมคะแนนเพื่อแลกสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย แต่ถ้าหากว่าใครที่อยากซื้อของออนไลน์แต่ไม่มีบัตรเครดิตล่ะจะทำยังไง ถ้าบอกให้ไปสมัครบางคนก็อาจจะมีคุณสมบัติไม่ผ่านการพิจารณา หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ายังมีช่องทางอื่นที่ไม่ต้องสมัครบัตรเครดิตแต่สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ต่างๆได้เสมือนว่ามีบัตรเครดิตจริงๆเลย ซึ่งเราจะขอเรียกมันว่าบัตรเครดิตจำลองก็แล้วกันนะคะ บัตรเครดิตจำลองหน้าตาเป็นยังไง จะเป็นบัตรสี่เหลี่ยมเหมือนบัตรเครดิตทั่วไปหรือเปล่านะ? คำตอบคือมันไม่มีรูปร่างค่ะ อย่าเพิ่งงงมาฟังกันก่อน บัตรเครดิตจำลองดังกล่าวเรียกว่า K-Web Shopping Card (บัตรซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ตกสิกรไทย) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการให้บริการของธนาคารกสิกรไทยที่เล็งเห็นถึงความต้องการในการใช้บัตรเครดิตเพื่อชำระสินค้าออนไลน์แต่คุณสมบัติไม่ผ่านที่จะทำบัตรเครดิตให้สามารถใช้งานได้คล้ายกันเพียงแต่ว่าไม่มีบัตรตัวจริงให้ถือเท่านั้นเอง การสมัครก็ไม่ยากเพียงแค่ไปเปิดบัญชีกับธนาคารกสิกรไทย โดยจะสมัครใช้บัตร ATM หรือไม่สมัครก็ได้แล้วบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าขอเปิดใช้บริการ K-Web Shopping Card หลังจากนั้นภายใน 24 ชั่วโมงธนาคารจะออกหมายเลขบัตรเครดิต 16 หลักและหมายเลข CVV 3 ตัวมาให้พร้อมด้วยเดือน/ปีที่หมดอายุของบัตรซึ่งจะแจ้งไว้ในอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งของธนาคารกสิกรไทย โดยเราสามารถนำหมายเลขดังกล่าวไปใส่ในช่องทางการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้เสมือนกันว่าเรามีบัตรเครดิต แต่เงินที่ใช้หักบัตรเราจะต้องนำไปฝากในบัญชีของเราที่เปิดไว้เสียก่อนซึ่งเป็นการหักบัญชีโดยตรง การทำงานก็จะเหมือนกับการใช้บัตรเดบิตแต่เป็นบัตรที่เราเรียกกันว่าบัตรเครดิตจำลองที่มีแต่ตัวเลขมาให้ สามารถใช้งานเหมือนบัตรเครดิตทุกประการไร้ข้อจำกัดใดๆ เพียงแต่ว่าสามารถใช้งานผ่านอินเตอร์เน็ตได้อย่างเดียวนะคะ ใครที่ยังไม่มีบัตรเครดิตและอยากลองใช้บริการ K-Web Shopping Card ดูก็ลองไปสมัครขอเปิดบริการที่ธนาคารกสิกรไทยได้ทุกสาขานะคะ และหลายคนสงสัยว่าถ้าเจ้า K-Web Shopping Card หมดอายุแล้วจะทำยังไง ไม่ต้องกังวลค่ะเพราะไม่มีอะไรยุ่งยากแน่นอน เพียงแค่เข้าไปขอใช้บริการต่อเนื่องใน K-Cyber Banking  ธนาคารก็จะส่งหมายเลข CVV พร้อมกับเดือน/ปีอันใหม่กลับมาให้เราค่ะ

บัตรเครดิตใช้ให้เป็นมีประโยชน์กว่าที่คิด

คนเรามักจะมองว่าการใช้บัตรเครดิตก็คือการยืมเงินในอนาคตมาใช้และทำให้กลายเป็นหนี้สะสมได้ง่ายๆ ซึ่งถ้าหากมองในมุมมองดังกล่าวก็ไม่ผิดค่ะ เพราะเหมือนว่าเรากำลังกู้ยืมเงินจากธนาคารมาใช้ล่วงหน้าแล้วค่อยคืนเงินทั้งหมดที่ยืมมาภายในระยะเวลา 45 วันก็จะไม่มีการคิดดอกเบี้ย แต่ถ้าหากคืนเงินไม่ตรงกำหนดหรือผ่อนจ่ายขั้นต่ำธนาคารก็จะเริ่มคิดดอกเบี้ยกับเราทันที การใช้บัตรเครดิตก็ยังมีอีกด้านหนึ่งที่หลายคนมักจะไม่มองว่าแท้จริงแล้วถ้าใช้ให้เป็นก็จะมีแต่ประโยชน์มากมายเลยทีเดียว การเลือกเปิดใช้บัตรให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้การใช้เงินของเราง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเช่นกัน ประโยชน์ของบัตรเครดิตที่หลายคนรู้จักและคุ้นเคยกันดีก็คือการผ่อนชำระสินค้าด้วยดอกเบี้ย 0% ไม่ว่าจะเป็นการซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือสินค้าราคาแพงต่างๆที่เข้าร่วมโปรโมชั่นดังกล่าว ข้อดีก็คือไม่ต้องจ่ายเงินก้อนและสามารถแบ่งจ่ายเป็นงวดๆได้โดยไม่เสียดอกเบี้ยเพิ่มเติม หรือจะเป็นการใช้บัตรเครดิตรูดซื้อของตามห้างและร้านค้าต่างๆที่รับจ่ายบัตร ข้อดีของการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตก็คือสามารถรับสิทธิพิเศษอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสะสมแต้มเพื่อแลกเป็นเงินคืนกลับมาใช้ในบัตร หรือจะเป็นส่วนลดจากร้านค้าต่างๆซึ่งบางครั้งการชำระสินค้าด้วยเงินสดก็อาจจะไม่ได้อะไรเพิ่มเลย และนอกจากนี้การชำระค่าบริการบางอย่างก็จำกัดเฉพาะการจ่ายผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น การซื้อตั๋วเครื่องบิน หรือการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวไม่สามารถจ่ายเป็นเงินสดได้ สำหรับคนที่รู้จักบริหารการใช้เงินและมีวินัยอย่างชัดเจนก็จะสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและวางแผนการเงินในระยะยาวได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่าถ้าใช้บัตรเครดิตให้เป็นก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสที่เราจะได้สิทธิพิเศษต่างๆเพิ่มขึ้นมาแบบที่อาจจะดีกว่าการใช้จ่ายด้วยเงินสดด้วยก็ได้นะคะ บัตรเครดิตเป็นเหมือนดาบสองคมที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อยู่ที่ว่าผู้ใช้งานจะใช้บัตรอย่างไร จะใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดหรือว่าใช้เพื่อสนองความต้องการต่างๆที่เกินความจำเป็น ซึ่งเราเรียกกันว่าความฟุ่มเฟือยนั่นเอง สำหรับใครที่กำลังคิดอยากจะมีบัตรเครดิตสักใบลองสำรวจตัวเองดูก่อนว่ามีวินัยทางการใช้เงินหรือเปล่า และมีการบริหารเงินในแต่ละเดือนเป็นอย่างไร เพราะถ้าเราไม่รู้จักใช้บัตรเครดิตก็จะกลายเป็นตัวก่อหนี้สินดีๆนี่เอง

ธนบัตรไทยมีที่มาอย่างไร

ธนบัตรถือว่าเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเงินตรา สินค้า หรือใช้ชำระหนี้ได้ ปัจจุบันมีการเปลี่ยนรูปแบบการผลิตที่เข้ากับยุคสมัยอยู่เสมอ เราจะเห็นได้ว่ามีธนบัตรลายต่างๆถูกผลิตออกมาเป็นช่วงระยะเวลาต่างๆ ซึ่งประเทศไทยเราก็มีการผลิตธนบัตรเอง จากธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ทราบหรือไม่ว่าธนบัตรที่เราใช้จ่ายกันอยู่ทุกวันนี้มีที่มาอย่างไร เริ่มต้นแต่สมัยอดีตก่อนที่จะมีการผลิตธนบัตรออกมาใช้ ประชาชนในประเทศไทยนั้น ใช้ลูกปัด เปลือกหอย เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนกัน ต่อมาสันนิษฐานว่าเริ่มมีการนำโลหะมาใช้ในการแลกเปลี่ยนตั้งแต่สมัยสุโขทัย เรียกว่า เงินพดด้วง ซึ่งมีลักษณะปลายงอจรดกัน เกิดจากการทุบแท่งเงิน และประทับตราแผ่นดินและตราประจำรัชกาลที่ผลิตเงินพดด้วงขึ้น ในระยะแรกเงินพดด้วงหนักถึง 4 บาท ต่อมาก็ผลิตให้เล็กลงเหลือ 1 บาท ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการเปิดการค้าและเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ทำให้เศรษฐกิจยุคนั้นมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น จึงเปลี่ยนจากการใช้เงินพดด้วงเป็นเงิน หมาย แทน ซึ่งเป็นการเริ่มนำเอากระดาษมาใช้ในการผลิตเงินครั้งแรก หมาย เป็นกระดาษสีขาว พิมพ์ตัวอักษรด้วยสีดำ ประทับตราพระราชสัญลักษณ์ประจำพระราชวงศ์จักรีรูปพระแสงจักร และพระราชลัญจกรประจำพระองค์รูปพระมหาพิชัยมงกุฎ ด้วยสีแดงชาด เพื่อป้องกันลอกเลียนแบบหรือปลอมแปลงหมาย ซึ่งหมายนั้นจัดไว้ 3 ประเภท คือ หมายราคาต่ำ หมายราคาตำลึง และหมายราคาสูง แต่ก็ไม่มีการใช้อย่างแพร่หลายนักเพราะราษฎรมีความคุ้นเคยกับเงินพดด้วงอยู่ ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็มีรับสั่งให้ผลิตอัฐกระดาษ ซึ่งนำมาใช้แทนหมายราคาต่ำที่กำลังขาดแคลนในสมัยนั้น แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมใช้เช่นกัน เมื่อธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศได้เข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทย มีการขออนุญาตนำ บัตรธนาคาร มาใช้…

ทริคไม่เล็ก ของบัตร ATM

ATM มาจากคำเต็มในภาษาอังกฤษ ว่า Automatic Teller Machine เป็นเครื่องรับและจ่ายเงินอัตโนมัติที่ติดต่อกับคอมพิวเตอร์ของธนาคาร โดยเครื่อง ATM เป็นเครื่องปลายทางเพื่อทำการ ฝากถอนเงิน เครื่อง ATM เป็นช่องทางการเงินที่มีความสะดวกและเรียกว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตไปโดยปริยาย เพราะมีให้เลือกใช้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะรวดเร็วและสะดวก ปลอดภัย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การใช้บัตร ATM ก็มีกลเม็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่หากสังเกตและทราบ หรือใช้ให้เป็น ชีวิตจะดีและปลอดภัยขึ้นเยอะ ใช้บัตร ATMเดียวกับธนาคารผู้ออกบัตร .. ข้อนี้ใครๆ ก็ทราบเพราะจะไม่มีค่าธรรมเนียนการกด เมื่อใช้ในเขตเดียวกัน ดูได้จากเขตของสาขาที่เปิดบัญชีและตู้ ATM ในกรณีที่ข้ามเขตจะมีค่าธรรมเนียม เช่น 15 บาทต่อครั้ง แต่กรณีที่จำเป็นต้องกดข้ามตู้ หรือต่างธนาคารที่ออกบัตร ATM ควรเลือกที่มีสัญลักษณ์ ATM Pool เพราะจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม แต่ก็แค่ 4 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น แต่เนื่องจากสัญลักษณ์ หรือโลโก้ที่อยู่บนตู้ ATM จะมีสีหรือรูปร่างใกล้ๆ กัน ดูไม่ดีมีเผลอกดแน่ๆ ดังนั้น…

ตราสารหนี้กับความเสี่ยงที่น้อยกว่า

การลงทุนกับความเสี่ยงเป็นของที่มาคู่กันอยู่แล้ว หากคุณต้องการที่จะเป็นนักลงทุน คุณก็ต้องพร้อมที่จะรับมือกับความเสี่ยง ยิ่งลงทุนมากความเสียงยิ่งมีมาก ลงทุนน้อยความเสี่ยงก็น้อยตามไปด้วย แต่หากคุณไม่ค่อยชอบความเสี่ยงหรือชอบความเสี่ยงน้อย ๆ คุณควรลงทุนใน “ตราสารหนี้” ตราสารหนี้ ถือเป็นตราสารทางการเงินประเภทหนึ่งที่บุคคลฝ่ายหนึ่งได้ออกขึ้นมาเพื่อผูกมัดตัวเองเป็นลูกหนี้ หรือผู้กู้ โดยจะรวบรวมเงินที่ได้จากผู้ให้กู้หรือเจ้าหนี้ เพื่อนำไปใช้จ่ายลงทุนในกิจการต่าง ๆ หรือเพื่อเป็นไปในการควบคุมระบบเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยจะจ่ายผลตอบแทนให้กับเจ้าหนี้ในรูปแบบ ดอกเบี้ย และมูลค่าการไถ่ถอน ซึ่งตราสารหนี้ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ “พันธบัตรรัฐบาล” ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้ออกตราสารหนี้ประเภทนี้ เพื่อให้รัฐบาลได้ระดมเงินจากประชาชนไปใช้ประโยชน์ในเรื่องต่างๆ ซึ่งเป็นตราสารหนี้ระยะยาวและมีความเสี่ยงต่ำ และ “ตั๋วเงินคลัง” คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง มีความเสี่ยงต่ำและมีอายุสั้นกว่าพันธบัตรรัฐบาล คืออายุไม่เกิน 1 ปี และสุดท้าย “หุ้นกู้” ซึ่งจะออกโดยบริษัทเอกชน เพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชนไปลงทุน เช่น หุ้นกู้ปูนซิเมนต์ไทย หุ้นกู้ของทรู เป็นต้น การลงทุนในตราสารหนี้นับทางเลือกที่น่าสนใจทางเลือกหนึ่งสำหรับนักลงทุนที่ไม่ค่อยชอบความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนในหุ้นสามัญ หรือเป็นนักลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น ที่ดิน เพชร พลอย อัญมณีต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งผลตอบแทนที่นักลงทุน…

ฉลาดใช้ไม่เป็นหนี้บัตรเครดิต

หากเราเดินไปตามถนนหนทาง แม้กระทั่งตรอกซอกซอยทุกวันนี้ยังมีโต๊ะตั้งเพื่อสมัครบัตรเครดิตกันเลย นั่นเป็นเพราะ ส่วนแบ่งการตลาดของบัตรเครดิตยังมีอยู่อีกมาก บรรดาธนาคารและสถาบันการเงินต่างก็ช่วงชิงลูกค้าชนิดประชิดตัว บ้างยัดเยียด บ้างแกมขอร้อง แต่ส่วนใหญ่ใช้เอาของ             พรีเมี่ยมมาล่อ แต่บางคนถึงแม้ไม่มีของล่อตาล่อใจก็อยากสมัครบัตรเครดิตอยู่ดี เพราะข้อดีของการมีบัตรเครดิตคือคุณไม่จำเป็นต้องมีเงินอยู่ในบัญชี หรืออยู่ในบัตรเลย คุณสามารถใช้ก่อน และผ่อนทีหลัง ภายในวงเงินที่ได้รับ เรียกว่าอิสระในการจับจ่ายใช้สอยมาก แต่อย่ากระนั้นเลย ทุกอย่างมีทั้งดีและเสีย เราจะเป็นอิสระในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตต้องอาศัยสติล้วนๆ ไม่เช่นนั้นแล้ว เมื่อหนี้สินของบัตรเครดิตคลืบคลานเข้าครอบงำชีวิตแล้ว จะดิ้น จะสะบัดอย่าไรก็ยากเสียแล้ว ดังนั้น ลองมาดูกลเม็ดในการใช้บัตรเครดิตให้ไม่เป็นหนี้และได้รับประโยชน์สูงสุดกัน ก่อนใช้บัตรเครดิตควรอ่าน และศึกษาเงื่อนไขของโปรโมชั่นและเงื่อนไขของบัตรเครดิตอย่าละเอียด ไม่ต้องรีบ เพราะเจ้าหน้าที่อยากได้ลูกค้าอยู่แล้ว เขาเป็นคนต้องรอคุณ เช่น สิทธิ ประโยชน์ที่เขาเสนอตอบโจทย์การใช้ชีวิตคุณหรือไม่ คุณไม่ขับรถแต่ให้สิทธิ์ส่วนลดเติมน้ำมัน แบบนี้ก็คงไม่ใช่ ถ้าคุณคือพวก shopaholic เลือกบัตรเครดิตที่มีโปรพ่วงกับห้างสรรพสินค้า สายการบิน แบบนี้ เรียกว่าตอบไลฟสไตล์ หรือถ้าคุณคือพ่อบ้านแม่บ้านสมองไว การมีบัตรเครดิตเพื่อนำไปชำระค่าน้ำ ค่าไฟ จะประหยัดกว่าการไปจ่ายตามเคาน์เตอร์เซอร์วิซ เพราะมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า หรือการศึกษาเรื่องระยะเวลาของโปรโมชั่น บัตรบางแห่งมีโปรสั้นๆ มาหลอกล่อลูกค้า โดยที่ไม่ได้แจ้งไว้ในเอกสาร ลูกค้าก็ไม่ได้ถาม เห็นอีกทีลมจับไปเลยก็มี นอกเหนือจากนี้ หากสงสัยควรถามเรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมเฉพาะในปีแรกเท่านั้น…

คุณมีเครดิตไหม

เครดิตคือความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าบัตรเครดิตคือ วงเงิน (Credit) ที่ผู้ขอมีวงเงินได้รับการอนุมัติจากธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non Bank) คนที่จะมีบัตรเคดิตได้จึงต้องมีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะอนุมัติเงินให้ใช้ บัตรเครดิตที่ได้ก็จะนำไปใช้จ่ายทั้งยามฉุกเฉิน หรือเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ซื้อข้าวของสินค้าอุปโภคบริโภค ข้อดีของการมีบัตรเครดิตคือคุณไม่ต้องมีเงินอยู่ในบัญชี หรืออยู่ในบัตรก็ได้ ก็สามารถใช้ก่อน และผ่อนทีหลัง ภายในวงเงินที่ได้รับ ซึ่งตรงนี้นี่เอง ที่บัตรเครดิตแตกต่างจากบัตรเดบิต บัตรเดบิตจำเป็นต้องมีเงินในบัญชี ดังนั้น ธนาคารจึงต้องผูกบัตรเดบิตเข้ากับบัญชีออมทรัพย์ของทางธนาคาร แต่บัตรเดบิตทำก็สามารถรูดซื้อสินค้าได้เช่นกัน เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็แทบจะมีบัตรเครดิตกันได้ง่ายๆ เพราะทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การตลาดที่ดึงดูดลูกค้า การแข่งขันกันเองของธนาคาร ทำให้บัตรเครดิตยิ่งได้รับความนิยม ข้อดีของบัตรเครดิตอีกอย่าง คือสามารถนำมากดเงินสดได้ด้วย แต่ขอบอกว่าอย่าได้เบี้ยวหรือเลยกำหนดจ่ายหนี้ เพราะจะมีค่าธรรมเนียมถึง 3% บัตรเครดิตที่เราใช้และไม่เกิดปัญหาการเงินคือ เราต้องชำระบัตรเครดิตหให้ตรงตามกำหนดทุกงวด ข้อดีอีกหลายๆ อย่างของการถือบัตรเครดิตก็คือการได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากบัตรเครดิต เช่น บางธนาคารมีแคมเปญที่สรรมาล่อตาล่อใจ จูงใจผู้ใช้ ได้แก่ ได้รับเงินคืนเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร เรียกง่ายๆ ติดปากว่า Cash Back หรือได้ส่วนลดเมื่อซื้อของ (Discount) หรือทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตก็จะสะสมคะแนนเพื่อไปแลกซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ (Point Reward) นอกจากโปรต่างๆ…

คิดให้ดีก่อนกู้เงินนอกระบบ

เมื่อมีปัญหาทางด้านการเงินแล้ว หลายคนมักแก้ปัญหาด้วยการอาศัยหยิบยืมจากเพื่อนฝูง หรือการกู้เงินนอกระบบ ซึ่งเป็นวิธีกี่ที่ง่าย ไม่ต้องใช้หลักค้ำประกัน ไม่ต้องยื่นเอกสารให้ยุ่งยาก ต่างกับการขอกู้ในธนาคารโดยสิ้นเชิง ที่ต้องให้เอกสาร หลักฐานมากมาย แถมยังมีโอกาสที่อนุมัติเงินกู้น้อยอีกด้วย แต่การที่กู้เงินนอกระบบนั้นถึงแม้จะมีข้อดีมากมาย ก็ย่อมมีข้อเสียที่มากล้นเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น นาย สุชาติ กำลังมีปัญหาทางด้านการเงิน แต่อยากได้มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดไปอวดเพื่อนๆ เมื่อนาย สุชาติ กำลังเดินไปทำงานก็ได้เหลือบเห็นใบปลิวที่ติดอยู่ตรงเสาไฟฟ้า ในใบปลิวแผ่นนั้นมีข้อความเชิญชวนให้กู้เงินนอกระบบ นาย สุชาติ นึกถึงมือถือรุ่นใหม่ที่ตนเองอยากได้ จึงรีบโทรศัพท์ติดต่อเงินกู้ทันที เมื่อได้เงินมาซื้อมือถือแล้วก็ไม่ได้นึกถึงดอกเบี้ยมหาโหดที่รออยู่ตรงหน้าเลย พอถึงครบกำหนด เจ้าหนี้นอกระบบก็ตามทวงหนี้ นาย สุชาติ ทุกวัน จนทำให้ไม่เป็นอันทำงานทำการ ต้องคอยระแวงเจ้าหนี้ตลอด จนสุดท้ายก็นำมือถือรุ่นใหม่ไปขายเพื่อนำเงินมาให้เจ้าหนี้นอกระบบ จากกรณีตัวอย่างเห็นได้ว่าการกู้นอกระบบนั้น จะมีเล่ห์เหลี่ยมในการชักจูงคนที่กำลังเดือดร้อนด้านการเงินเพื่อให้มากู้เงินกับตน ซึ่งถ้าหากไม่คิดพิจารณาให้ดีแล้วก็จะหลงกลไปกู้กับเงินกู้นอกระบบได้ ซึ่งการที่เราจะป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่เงื้อมมือของพวกนายทุนหน้าเลือดพวกนี้ได้ก็มีวิธีการง่ายๆ ดังต่อไปนี้ ขั้นแรก คือ การวางแผนการใช้เงิน ควรแบ่งค่าใช้จ่ายเป็นส่วนๆและเผื่อเงินสำรองเวลาฉุกเฉินด้วย หัดออมเงินให้เป็นนิสัย และทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย จะได้รู้ว่าค่าใช้จ่ายไหนที่ไม่จำเป็นบ้าง ขั้นที่สอง ไม่ใช้เงินเกินตัว วางแผนการใช้เงินให้เหมาะสมกับรายได้และความจำเป็นในการใช้เงิน ควรคิดพิจารณาให้ดีก่อนจะไปกู้เงินนอกระบบว่ามีความสามารถเพียงพอที่จะชำระหนี้ได้หรือไม่ และจำเป็นต้องใช้เงินจริงหรือ หากยังไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ก็อย่าเพิ่งไปกู้เงินนอกระบบ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ดอกเบี้ยเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ ขั้นที่สาม หากจำเป็นที่จะต้องกู้นอกระบบจริงๆ…

ข้อดี – ข้อเสียเกี่ยวกับการชำระเงินออนไลน์

พฤติกรรมของผู้บริโภคสมัยนี้ได้เปลี่ยนจากการซื้อของจากร้านค้าไปเป็นการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางระบบออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นจากหน้าเว็บไซต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะเดี๋ยวนี้การซื้อขายก็ง่ายเพียงแค่คลิกเดียว อีกทั้งยังรองรับการจ่ายเงินหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการตัดเงินผ่านบัตรเครดิต หรือการจ่ายผ่านอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ซึ่งแน่นอนว่าช่องทางการชำระเงินเหล่านี้ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามการทำธุรกรรมผ่านทางอินเตอร์เน็ตย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นผู้บริโภคอย่างเราๆจะละเลยไม่ได้นะคะ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าข้อดีและข้อเสียที่ว่ามีอะไรบ้าง ข้อดี 1.เป็นช่องทางการชำระเงินที่สะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคารหรือตู้ ATM ก็สามารถตัดเงินจ่ายค่าสินค้าได้ทันทีเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้แล้วค่ะ 2.ไม่เสียค่าธรรมเนียมในการโอนเงินระหว่างธนาคารเดียวกัน ถ้าใครเคยสังเกตก็จะรู้ว่าในบางธุรกรรมเช่น การโอนเงิน ถึงแม้จะเป็นการโอนข้ามเขตหรือข้ามจังหวัดก็จะไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้าไปทำธุรกรรมผ่านเคาว์เตอร์ธนาคารหรือตู้ ATM ก็จะคิดค่าธรรมเนียมอย่างน้อย 10 บาทต่อรายการ 3.สามารถเก็บสะสมแต้มเมื่อเข้าใช้งานอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง มีหลายธนาคารที่ดึงดูดลูกค้าโดยการให้สะสมแต้มเมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัญชีออนไลน์ทำให้ผู้บริโภคสามารถเก็บแต้มไว้แลกสิทธิพิเศษอื่นๆได้อีกด้วย 4.สามารถเช็คยอดเงินผ่านระบบออนไลน์ได้ง่าย สำหรับใครที่เปิดร้านค้าออนไลน์ก็จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับเรา ไม่ต้องไปรอเข้าคิวนานๆอีกต่อไป ข้อเสีย 1.เนื่องจากความสะดวกสบายที่มีให้ตลอดเวลา อาจทำให้หลายๆคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัวได้ ดังนั้นเราควรจำกัดวงเงินการใช้จ่ายต่อวันเอาไว้เพื่อควบคุมการใช้จ่ายที่เพลิดเพลินจนลืมตัว 2.ระบบรักษาความปลอดภัยของแต่ละธนาคารอาจรัดกุมไม่พอ ซึ่งหากมีผู้รู้รหัสหรือเราหลงเข้าเว็บไซต์ธนาคารปลอม แม้แต่เผลอโหลดโปรแกรมที่แอบติดตั้งโปรแกรมดักอ่านข้อมูล อาจทำให้คุณสูญเสียเงินได้เช่นกัน อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าไม่มีการให้บริการออนไลน์ที่ใดจะปลอดภัย 100% ดังนั้นอย่าไว้ใจการชำระเงินออนไลน์ และควรเก็บหลักฐานการทำธุรกรรมเอาไว้ทุกครั้งด้วยนะคะ 3.มีขั้นตอนที่ยุ่งยากและใช้เวลานานสำหรับผู้ที่เข้าใช้บริการครั้งแรก เพราะเนื่องจากการทำธุรกรรมทางการเงินแบบออนไลน์ แต่ละธนาคารจะต้องออกแบบการใช้งานให้ปลอดภัยและรัดกุมที่สุดดังนั้นสำหรับคนที่ไม่ช่ำชองการใช้งานด้านนี้ก็อาจจะมีปัญหาในการสมัครเข้าใช้บริการครั้งแรกอยู่บ้าง